“ตรีนุช”กางแผนเร่งแก้ปัญหาหนี้ครูทั้งระบบพบ80%รวม1.4ล้านล้านบ.

เปิดแผนแก้ปัญหาทั้งระบบทันที เฟสแรกแบ่งเป็น 3 แผน แผนแรกถอดบทเรียนจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการแล

เปิดแผนแก้ปัญหาทั้งระบบทันที เฟสแรกแบ่งเป็น 3 แผน แผนแรกถอดบทเรียนจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการและกำแพงเพชร เป็นต้นแบบ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แผนสองเจรจาสถาบันการเงินช่วย แก้ปัญหารายถูกฟ้อง แผนสาม อบรมวินัยทางการเงินเริ่มรุ่นแรก 1-15 ต.ค.นี้ เผยครูทั่วไทย 9 แสนคน มีหนี้รวมกันกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ตามด้วยออมสิน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ก.ศึกษาธิการได้ทำแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งระยะแรกจะดำเนินการ 3 แผนงาน ดังนี้ แผนงานที่ 1 โครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ เป็นฐาน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ 12 แห่ง 4 ภาค ๆ ละ 3 แห่ง ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัด ภายในเดือนตุลาคมนี้ และขยายผลการดำเนินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่มีความพร้อม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไปรูปแบบการดำเนินงาน ได้ถอดบทเรียนจากสหกรณ์ตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ซึ่งพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นสำคัญ ดังนี้ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ต่ำลงไม่เกิน 3%, ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สหกรณ์และสถาบันการเงิน ให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่มีอัตราความเสี่ยงต่ำ 4.5-5%, จัดสรรผลกำไรมาเพิ่มเงินเฉลี่ยคืนเงินกู้ให้มากขึ้น ไม่น้อยกว่า 30% ของผลกำไร, การบริหารความเสี่ยง การลดค่าธรรมเนียม และการค้ำประกันที่ไม่จำเป็นปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยกเลิกการฟ้องคดี รวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินมาไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในอัตรา 2.5% การปรับโครงสร้างหนี้ครูก่อนเกษียณ อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่ครูที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ 0.25-0.50% ปรับลดการส่งค่าหุ้นรายเดือน, จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับสถาบันการเงิน และต้นสังกัด , ร่วมกับส่วนราชการต้นสังกัดหัก ณ ที่จ่าย ควบคุมยอดหนี้ไม่ให้เกินความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ จะต้องมีเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30%, ร่วมกับ ศธ. สร้างระบบพัฒนาและดูแลสมาชิก ให้ความรู้เสริมสร้างวินัย และการวางแผนทางด้านการเงิน การสร้างอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มการออม และไม่ก่อหนี้เพิ่มแผนงานที่ 2 คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาครูรายที่ถูกฟ้อง พร้อมแนวทางการแก้ปัญหาของผู้ค้ำประกัน และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 โดยให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกันในระดับพื้นที่จังหวัดในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ระดับจังหวัดแผนงานที่ 3 การจัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มอายุราชการ 1- 5 ปี ให้มีความรู้ทางด้านการวางแผนและการสร้างวินัยทางการเงินและการออม โดยมีเป้าหมายอบรม 1 แสนคนต่อปี เริ่มอบรมรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 ทางออนไลน์ ผ่านศูนย์ Deep กระทรวงศึกษาธิการทั้งนี้ ข้อมูลภาพรวมปัญหาหนี้สินครู พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ประมาณ 9 แสนคน หรือ 80% มีหนี้รวมกัน 1.4 ล้านล้านบาท โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 64% รองลงมาคือ ธนาคารออมสิน วงเงิน 3.49 แสนล้านบาท คิดเป็น 25% ของหนี้สินครูทั้งหมด

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow