บิ๊กตู่คิ๊กออฟโกยแต้ม!

ในเดือนหน้า พ.ย. นี้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมยกคณะไปจัดประ

ในเดือนหน้า พ.ย. นี้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมยกคณะไปจัดประชุมครม.สัญจรกันที่ภาคใต้ ล่าสุดกำหนดการออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า ในวันที่ 8-9พ.ย.นี้ ครม.นัดแรกจะไปปักหมุดกันที่จังหวัดกระบี่ การเลือกพื้นที่ประชุมครม.สัญจร ของพล.อ.ประยุทธ์ เที่ยวนี้ ยังมีขึ้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวรองรับการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย รวมทั้งยังได้มอบหมายให้รองนายกฯและรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัด หรืออำเภอโดยรอบฝั่งอันดามัน เพื่อติดตามการทำงานนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนการรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชน ในระหว่างนี้ตลอดเดือนต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้เวลาไปกับการเดินสายลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพในจังหวัดต่างๆ โดยในวันนี้ (20 ต.ค.) นายกฯ ได้ยกคณะลงไปที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงของ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นั่นเอง อย่างไรก็ดี แม้คนในรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ต่างพากันออกมาปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ และรัฐมนตรีเพื่อติดตามการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดจนการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมนั้น เป็น คนละเรื่อง กับการ หาเสียง ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่านาทีนี้ ถึงการตัดสินใจ ยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ จะยังไม่มีอยู่ในความคิดของพล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคน ทั้งรัฐบาลหรือ ฝ่ายค้าน เองจะอยู่นิ่งเฉยไม่เข้าไปให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างการยอมรับ เพื่อไปสู่คำตอบสุดท้ายที่ คะแนนนิยม การเดินสายของรัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จากนี้ไปแน่นอนว่าย่อมไม่สามารถแยกขาดได้จาก วาระทางการเมือง โดยเฉพาะในยามที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเองเคยเผชิญหน้ากับ ศึกใหญ่ มาแล้วจนอ่วมอรทัย ทั้งการแก้ปัญหาโควิด -19 ที่ถูกโจมตีจาก ฝ่ายค้าน ว่า ล้มเหลว และยิ่งเมื่อมาบวกกับ วาระแห่งชาติคือการเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยว ดีเดย์ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งยังต้องลุ้นว่า ผลลัพธ์ที่จะออกมานั้น รัฐบาลจะได้คะแนนบวกหรือ ติดลบ เมื่ออยู่ในฐานะ ฝ่ายบริหาร การได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน คือสิ่งสำคัญ และจำเป็นอย่างที่สุดสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดจนพรรคร่วมรัฐบาล ที่แม้ลึกๆแล้วอาจจะมีความบาดหมางกันอยู่ในทีก็ตาม แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า ทั้ง พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย จะยอม แตกหัก กันอย่างสิ้นเชิง เมื่อในความเป็นจริงแล้ว ต่างฝ่าย ต่างต้องการใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่ ในฐานะฝ่ายบริหาร สร้างผลงาน ไม่ต่างกัน เพียงแต่สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ แล้วอาจต้องเจอโจทย์ที่ยากมากกว่าใครอื่น เมื่อเป้าหมายยังอยู่ที่การกลับมาเป็น นายกฯสมัยที่ 3 !

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ